ยูรีเทนแท่งสำหรับงานกลึง: เลือกความแข็ง (Shore Hardness) อย่างไรให้เหมาะกับชิ้นส่วนเครื่องจักร?

เจาะลึกวิธีเลือก Shore Hardness สำหรับ ยูรีเทนแท่งงานกลึง

ยูรีเทนแท่งสำหรับงานกลึง

หนึ่งในวัสดุสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตและการซ่อมบำรุงเครื่องจักรก็คือ “ ยูรีเทนแท่ง ” ซึ่งเป็นวัสดุยอดนิยมที่ถูกนำมาใช้กลึงขึ้นรูปเป็นชิ้นส่วนต่าง ๆ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งในด้านความทนทาน ความยืดหยุ่น และความสามารถในการต้านทานแรงเสียดทานสูง ยูรีเทนแท่ง จึงกลายมาเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำ และความคงทนต่อการใช้งานระยะยาว แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกความแข็ง (Shore Hardness) ของ ยูรีเทนแท่ง ให้เหมาะสมกับงานกลึงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หากเลือกผิดประเภทก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของเครื่องจักรในระยะยาวได้ ในบทความนี้ เราจึงจะมาเรียนรู้วิธีเลือกความแข็ง Shore Hardness ของ ยูรีเทนแท่ง สำหรับงานกลึง เพื่อให้ชิ้นส่วนเครื่องจักรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทนทานที่สุด


ยูรีเทนแท่ง (Polyurethane Rod) คืออะไร

ยูรีเทนแท่ง (Polyurethane Rod) คือหนึ่งในวัสดุที่เป็นหัวใจสำคัญของงานวิศวกรรมที่ต้องการความสมบูรณ์แบบ โดยเป็นวัสดุที่สามารถดึงเอาจุดแข็งของพลาสติกแข็งมาผสมผสานกับความยืดหยุ่นของยางได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นวัสดุที่มีความเหนียวและทนทานเป็นพิเศษ

และความพิเศษนี้เอง ที่ทำให้เหล่าช่างไม้และผู้ผลิตนำ ยูรีเทนแท่ง นี้ไปแปรรูปได้หลากหลาย ไม่ว่าจะนำไปกลึง ตัด เจาะ หรือขึ้นรูปเป็นชิ้นส่วนอะไหล่และล้ออุตสาหกรรมคุณภาพสูง ยูรีเทนแท่ง สามารถรับแรงกระแทกหนัก ๆ ได้เป็นอย่างดี และทนต่อการเสียดสีได้ยาวนานกว่ายางทั่วไปหลายเท่า แถมยังไม่หวั่นแม้ต้องสัมผัสกับสารเคมีหรือน้ำมัน ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับงานที่ต้องการประสิทธิภาพ และความอึดในทุกสภาวะการใช้งาน


ค่าความแข็ง (Shore Hardness) คืออะไร

ในการเลือกใช้ล้อ หรืออะไหล่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ค่าความแข็ง (Shore Hardness) คือมาตรวัดสำคัญที่บอกเราว่า วัสดุนั้นมีความแข็งหรือนิ่มมากแค่ไหน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะมีผลโดยตรงต่อการรับน้ำหนักและการซับแรงกระแทก โดยทั่วไปแล้ว เราจะมีการวัดผ่านสเกลหลักสองแบบ ก็คือ Shore A สำหรับวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูงเหมือนยางนิ่ม ๆ และ Shore D สำหรับวัสดุที่ต้องการความแข็งแกร่งเป็นพิเศษจนเกือบเหมือนพลาสติกแข็ง

และสำหรับ ยูรีเทนแท่ง ค่าความแข็งที่นิยมนำมาใช้งานจะเริ่มตั้งแต่ 

  • ระดับ 40A ที่ให้สัมผัสนุ่มนวล
  • ระดับ 95A ที่มีความหนึบแต่ทนทาน 
  • ระดับ 60D ขึ้นไป สำหรับงานที่ต้องรับแรงกดทับมหาศาล 

ยิ่งค่าตัวเลขสูง วัสดุก็จะยิ่งมีความแข็งและคงรูปได้ดีขึ้น ทำให้การเลือกค่าความแข็งให้เหมาะกับหน้างาน คือเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ล้อหรือชิ้นส่วนมีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด 

 

เคล็ดลับในการเลือกค่าความแข็งของยูรีเทนแท่งให้เหมาะกับงานกลึง

การเลือกความแข็งของ ยูรีเทนแท่ง เพื่อมากลึงเป็นชิ้นส่วน จำเป็นจะต้องหาจุดสมดุลระหว่างความอึดและความยืดหยุ่น เพราะถ้าเลือกค่าความแข็งได้ตรง นอกจากจะช่วยให้เครื่องจักรทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงได้มหาศาลด้วย โดยมีหลักการในการพิจารณาหลัก ๆ ดังนี้

เลือกจากลักษณะการใช้งาน

เช่น หากเป็นงานที่ต้องรับแรงกระแทกหนัก ๆ อยู่ตลอดเวลา ควรเลือกความแข็งระดับกลางประมาณ 70A - 85A เพื่อให้เนื้อวัสดุทำหน้าที่ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี แต่ถ้าเป็นงานที่เน้นความแม่นยำ ชิ้นงานต้องคงรูปไม่บิดเบี้ยว การขยับไปใช้ความแข็งระดับ 90A -  95A หรือข้ามไปสเกล Shore D จะตอบโจทย์ได้ดีมากกว่า

พิจารณาสภาพแวดล้อมที่วัสดุต้องเผชิญ

ปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะอุณหภูมิมีผลมาก โดยถ้าหากหน้างานมีความร้อนสูง ยูรีเทนแท่ง ที่มีค่าความแข็งสูงจะช่วยลดโอกาสที่วัสดุจะเสียรูปทรงได้ดีกว่า และอย่าลืมพิจารณาเรื่องการสัมผัสสารเคมีหรือน้ำมันด้วย เพราะต้องเลือกใช้ ยูรีเทนแท่ง สูตรพิเศษที่ออกแบบมาให้ทนต่อการกัดกร่อนโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้เนื้อวัสดุบวมหรือเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร

คำนวณความเร็วในการหมุนหรือการเคลื่อนที่

และสำหรับงานที่ต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ยูรีเทนแท่ง จะช่วยลดแรงเสียดทานและทนต่อการสึกหรอได้ดีกว่ามาก ซึ่งช่วยให้เครื่องจักรทำงานลื่นไหลไม่สะดุด แต่ถ้าหากเป็นงานเบาหรือใช้ความเร็วต่ำ การเลือกใช้ ยูรีเทนแท่ง ที่นิ่มลงมาหน่อยก็นับเป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยประหยัดต้นทุน โดยที่ยังรักษาประสิทธิภาพในการทำงานไว้ได้ 

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยูรีเทนแท่งสำหรับงานกลึง

1. ทำไมยูรีเทนแท่งที่เคยซื้อจากที่อื่น พอกลึงไปได้ครึ่งทางแล้วเนื้อข้างในมันนิ่มไม่เท่าผิว?

นี่ถือเป็นปัญหาใหญ่ของงานหล่อที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเกิดจากการที่โรงงานอบไม่ถึงอุณหภูมิที่ใจกลาง ยูรีเทนแท่ง จนทำให้เนื้อในจะเซ็ตตัวไม่สมบูรณ์ และจะเจอกับปัญหาชิ้นงานเบี้ยว หรือหลุดสเปกตอนกลึงละเอียด

2. ควรสั่งความแข็ง (Shore Hardness) เท่าไหร่ ถึงจะกลึงง่ายที่สุดและไม่เสียรูป?

ถ้าเน้นเรื่องความแม่นยำของงาน แนะนำให้เป็นระดับ 90A - 95A ด้วยความแข็งระดับนี้เนื้อยางจะจิกมีดกำลังดี เศษยางจะหลุดเป็นเส้นสวยงาม

3. ต้องใช้ใบมีด แบบไหนถึงจะกลึงยูรีเทนออกมาได้ผิวเรียบเงา ไม่เป็นขุย?

แนะนำให้ใช้มีดไฮสปีด (HSS) ที่ลับให้คมกริบและมีมุมคายเศษที่กว้างกว่าการกลึงเหล็ก และต้องใช้ความเร็วรอบสูงแต่ป้อนช้า (High Speed, Low Feed) พร้อมหล่อเย็นช่วย เพื่อไม่ให้เนื้อยางร้อนจนละลายติดชิ้นงาน

4. ซื้อยูรีเทนแท่งเป็นแท่งตัน หรือท่อ (Hollow Rod) แบบไหนจะประหยัดกว่ากัน?

ถ้าหากชิ้นงานมีรูตรงกลางอยู่แล้ว สั่งแบบท่อ (Hollow) คุ้มกว่า แม้ราคาต่อกิโลกรัมอาจจะสูงกว่านิดหน่อย แต่จะประหยัดค่าแรงช่างในการคว้านรู และลดการสูญเสียเนื้อวัสดุไปได้มาก

5. ยูรีเทนแท่งที่มีสีต่างกัน บ่งบอกความแข็งหรือคุณภาพที่ต่างกันไหม?

สีไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพเสมอไป ในวงการนี้มักจะใช้สีเป็นสัญลักษณ์เป็นหลัก เช่น สีแดงคือ 90A - 95A หรือ สีเหลืองคือ 80A - 85A เป็นต้น


SM Wheel Products ผู้ผลิตและจำหน่าบยูรีเทนแท่ง และสินค้าล้ออุตสาหกรรมอื่น ๆ พร้อมงานบริการแบบครบวงจร

หากคุณกำลังมองหา ยูรีเทนแท่ง คุณภาพสูงที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของงานกลึงอุตสาหกรรม ติดต่อมาหาเราได้เลยที่ SM Wheel Products เราคือผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายล้ออุตสาหกรรมและ ยูรีเทนแท่ง ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศ ทั้งในด้านคุณภาพ ความเชี่ยวชาญ และบริการที่เป็นเลิศ

 

สอบถามเพิ่มเติมหรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ SM Wheel Products 

 ได้สินค้าที่มีคุณภาพ ✔ได้บริการที่ดี  ✔ได้ราคาที่คุ้มค่า